เมื่อวันที่ 4 เม.ย.68 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจาก ผู้ใหญ่บ้านแห่งหนึ่ง ใน อ.สร้างคอม จ.อุดรธานี แจ้งว่า มี ด.ญ.วัย 13 ปีหนีออกจากบ้านที่ อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย มาขออาศัยอยู่กับเพื่อนในหมู่บ้าน สอบถามเบื้องต้นทราบว่า ถูกชายลูกพี่ลูกน้อง ซึ่งเป็นลูกชายของลุงแท้ๆ ข่มขืนและขืนใจ จนไม่กล้าอยู่บ้าน โดยป้าที่เป็นแม่ของชายที่ข่มขืน ให้ไปฝังเข็มในอวัยวะเพศเพื่อป้องกันการตั้งครรภ์ด้วย ด.ญ.วัย 13 ปี ยังบอกอีกว่า หากพ่อเมายาและเมาเหล้าจะทำร้ายประจำ และเคยเกือบถูกพ่อแท้ๆข่มขืนด้วย
ต่อมา ผู้สื่อข่าวเดินทางไปพบกับ ด.ญ.เอ (นามสมมุติ) อายุ 13 ปี เล่าว่า วันที่ 6 มี.ค.68 ที่ผ่านมา โดนนายโชค (สงวนชื่อ-สกุลจริง) อายุ 23 ปี ซึ่งเป็นลูกของลุงแท้ๆ ข่มขืน ซึ่งตนเคารพรักเหมือนพี่ชายแท้ๆ วันเกิดเหตุประมาณ 3 ทุ่ม ผู้ก่อเหตุเรียกให้ตนเอากุญแจรถ จยย.ไปให้ในห้อง และตนจะขอยืมสายชาร์จโทรศัพท์ด้วย โดยผู้ก่อเหตุได้เรียกเข้าไปในห้อง ก่อนจับกดตัวลงที่นอน ตนตกใจมากและขอร้องบอกว่า “นี่น้องนะ อย่าทำแบบนี้” แต่นายโชคก็อุดปากไว้ แล้วดึงกางเกงออก ลงมือข่มขืน ตนพยายามขัดขืนแต่สู้แรงไม่ได้ จากนั้น นายโชคก็ขู่ว่าห้ามบอกใคร อย่างไรก็ตามตนก็ได้ไปบอกยาย แต่ยายก็ช่วยอะไรไม่ได้ วันนั้นนายโชคเมายาบ้าด้วย ตนอยากแจ้งความดำเนินคดีให้ถึงที่สุด ไม่อยากอยู่บ้านแล้ว เพราะกลับไปก็จะถูกนายโชคขืนใจอีก เห็นตนเมื่อไหร่มีแต่ว่า “ขออีกหน่อยๆ” แต่ตนไม่เอาแล้ว
ด.ญ.เอ กล่าวด้วยว่า อีกอย่างเมื่อตนกลับไปบ้าน ก็จะถูกพ่อเวลาเมาจะทำร้ายร่างกาย และตอนตนอายุ 7 ขวบก็เคยถูกพ่อแท้ๆ จะข่มขืนด้วย แต่ยายมาเห็นก่อน โดยบ้านหลังที่ตนอยู่ มีตน , มียาย , พ่อ , นายโชคที่ก่อเหตุ กับลุงและป้า พ่อแม่ของนายโชค ยืนยันว่า ขอไม่กลับบ้านอีกแล้ว เพราะกลัวนายโชคจะข่มขืนและพ่อจะทำร้ายร่างกายอีก ต่อมา น.ส.อนินทิตา รุจิประภา พมจ.อุดรธานี ได้สั่งการให้ น.ส.อรทัย บุญธรรม นักสังคมสงเคราะห์ สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พร้อมเจ้าหน้าที่บ้านพักเด็กและครอบครัว จ.อุดรธานี เดินทางไปสอบถามข้อเท็จจริง พบว่า ข้อมูลเป็นจริง และได้รับตัวน้องเอ มาอยู่บ้านพักเด็กและครอบครัว จ.อุดรธานี จะได้ประสานไปยัง พมจ.หนองคาย เพื่อให้การช่วยเหลือต่อไป
ส่วนเรื่องคดีความ จะแจ้งผู้ปกครองน้องเอให้ทราบอีกครั้งว่าจะดำเนินการอย่างไร แต่เบื้องต้น ผุ้เสียหายอายุไม่ถึง 15 ปี จะยินยอมหรือไม่ก็ตาม ถือว่าผู้ก่อเหตุมีความผิดในข้อหา ล่อลวง-พรากเด็ก “ผู้ใดกระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกิน 15 ปี ซึ่งมิใช่ภริยาหรือสามีของตน โดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 5 ปี ถึง 20 ปี และปรับตั้งแต่ 100,000 บาท ถึง 400,000 บาท”
ข้อมูลจาก workpointnews